อัลเวส พร้อมหวนร่วมงานกับเป๊ปอีกซักที ที่ทัพเรือใบสีฟ้า

อัลเวส

โดยทั่วไปสโมสรฟุตบอลก็มักจะมองหานักเตะฝีเท้าดีที่อายุน้อยๆ เพื่อหวังใช้งานได้ยาวๆ ทว่าความคิดเช่นนี้อาจธรรมดาเกินไปหากเทียบกับความคิดของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ปิ๊งไอเดียสุดแหวกด้วยเซ็นสัญญากับ ดาเนียล อัลเวส แบ็คขวาชาวบราซิลเลี่ยนที่มีอายุอานามปาเข้าไป 36 ปีแล้ว ซึ่งที่มาของดีลนี้มันเป็นผลมาจากผลงานส่วนตัวของ อัลเวส ที่เป็นตัวหลักของทีมชาติบราซิลชุดคว้าแชมป์โคปาอเมริกา 2019 ที่ผ่านมานั่นเอง

   ดาเนียล อัลเวส จัดเป็นผู้เล่นจอมพเนจรอย่างแท้จริง หลังจากได้คว้าแชมป์ลีกใหญ่ในยุโรปมาแล้วทั้งสิ้น ไล่ตั้งแต่ แชมป์ลาลีก้า สเปน,แชมป์กัลโช่ เซเรียอา และแชมป์ลีกเอิง ฝรั่งเศส ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวกลายเป็นแข้งที่คว้าแชมป์ในตลอดอาชีพการค้าแข้งสูงสุดนั่นคือการได้ 42 แชมป์ และแน่นอนว่าการเซ็นสัญญาครั้งใหม่นี้ เจ้าตัวก็หวังจะมาเก็บสถิติเพิ่มด้วยการชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนซิตี้ให้จงได้ ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้สถิติดังกล่าวยากเหลือเกินที่จะมีใครทำลายได้ “ ผมยังไม่คิดแขวนสตั๊ดหรอก เพราะผมยังไม่เคยได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเลย ผมมีประสบการณ์ที่ดีในหลายๆลีกที่ผมได้ลงเล่น และในสายตาผมพรีเมียร์ลีกช่างเป็นลีกที่เปี่ยมไปด้วยสเน่ห์เหลือเกิน ผมคงไม่ยอมเลิกเล่นก่อนที่จะได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกซักครั้งอย่างแน่นอน ” อดีตแบ็คขวาเปเอสเชเคยกล่าวไว้ในปี 2018

   ทั้งนี้การย้ายร่วมทีม แมนเชสเตอร์ซีตี้ ยังจะเป็นการร่วมงานกันอีกครั้งระหว่าง ดาเนียล อัลเวส กับเจ้านายคู่บุญอย่าง เป็ป กวาร์ดิโอล่า อีกด้วย เนื่องจากทั้งคู่เคยร่วมงานกันที่บาร์เซโลน่ามาแล้ว โดยก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่ากุนซือชาวสเปนก็ไม่คิดจะดึงตัวดาวเตะแซมบ้าหรอก ทว่าล่าสุดด้วยผลงานทีมชาติที่เข้าตาเหลือเกินก็ทำให้ เป็ป เปลี่ยนใจและเชื่อว่าทั้งฝีเท้าและประสบการณ์ของ ดาเนียล อัลเวส จะทำให้ทัพเรือใบสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยที่สามติดต่อกันได้สำเร็จในซีซั่นใหม่นี้ ซึ่งนั่นจะเป็นการทาบรัศมีความยิ่งใหญ่ของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ที่เคยพาแมนยูคู่ปรับร่วมเมืองที่เคยทำสถิติสูงสุดในการชูถ้วยพรีเมียร์ลีกติดต่อกันที่สามสมัย

   เป๊ป ยังเชื่อว่าการเข้ามาของ อัลเวส จะเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีให้กับผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกับอย่าง ไคล์ วอกเกอร์และดานิโล่ ซึ่งนายใหญ่เลือดกระทิงเล็งเห็นว่าหลังคว้าแชมป์มาได้แล้วติดต่อกัน อาจทำให้ผู้เล่นในทีมรู้สึกเฉื่อยชาลงไป ดังนั้นการดึงแข้งที่มีประสบการณ์เข้ามาจะเป็นการยกระดับให้เกิดการแข่งขัน,เรียนรู้ และตื่นตัวอีกด้วย

สเตอร์ริด ประกาศตามหาสุนัขคู่ใจ ของหายไม่ว่าเสียหมาไม่ได้!

สเตอร์ริด

    ดาเนียล สเตอร์ริด อดีตหัวหอกลิเวอร์พูลที่ปัจจุบันกลายเป็นแข้งไร้สังกัดได้ออกมาโชว์แมน ชนิดไม่แยแสเงินทองของมีค่าใดๆ ภายหลังจากที่บ้านพักที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดนยกเค้าจนข้าวของสูญหายไปมากมาย ทว่าเจ้าตัวกลับประกาศว่าไม่คิดทวงข้าวของมีค่าใดๆนอกจากต้องการทวงน้องหมาตัวโปรดคืนเท่านั้น และจะยินดีจะมอบเงินรางวัลถึง30,000 เหรียญUS (ราว 9 แสนบาท) ให้ด้วยอีกต่างหาก และด้วยพลังจากโลกโซเชียลก็นำพาให้เจ้าตัวได้รับสุนัขคืนอย่างปลอดภัยอีกด้วย

   กองหน้าสายเลือดผู้ดีวัย 29 ปี ที่เพิ่งจะถูก ลิเวอร์พูล ประกาศปล่อยตัวออกจากทีม และ สเตอร์ริด ก็ใช้เวลาในการพักผ่อนในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนหาสโมสรใหม่ และบ้านพักของเจ้าตัวในย่านเวสต์ ฮอลลีวู้ดก็ได้ถูกมือดีย่องเข้ามารื้อค้นและขโมยข้าวของ และลงเอยด้วยการสูญกระเป๋าข้างของไปถึง 3 ใบ ทว่ากลุ่มโจรยังได้นำตัวตัวเจ้า ลุชชี่ สุนัขพันธุ์ปอมเปอร์เรเนี่ยนไปด้วย ซึ่งเจ้าตัวรับไม่ได้ที่จะสูญเสียเพื่อนคู่ใจไป และวอนโลกโซเชียลให้ช่วยกันตามหาสุนัขคืน

   ร้อนให้ ดาเนียล สเตอร์ริด ต้องโพสต์คลิปลงอินสตาแกรมเพื่อขอเจ้า ลุชชี่ คืน “ ฝากบอกถึงใครก็ตามที่เข้ามาขโมยของผมไป ผมจะไม่ติดใจเอาความเลย แต่คุณเอาน้องหมาผมไปด้วย และขอเพียงคุณนำเพื่อนตัวน้อยมาคืนผม ผมยินดีจ่ายเงินให้คุณด้วยนะ ” ซึ่งในที่สุดรายงานระบุว่าเจ้าตัวได้รับเจ้า ลุชชี่ คืนมาอย่างปลอดภัยแล้ว หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบสุนัขคู่ใจของ สเตอร์ริด โดยเชื่อว่าเจ้า ลุชชี่ ไม่ได้โดนลักตัวไปเพียงแต่ตกใจระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าวจนเตลิดหนีไปนั่นเอง ซึ่งทำให้อดีตกองหน้าหงส์แดงไม่ต้องเสียเงินรางวัลเกือบหนึ่งล้านบาทที่ได้ประกาศไป

  แท้จริงแล้ว ดาเนียล สเตอร์ริด จัดว่าเป็นกองหน้าฝีเท้าดี และทำประตูสำคัญๆให้กับ ลิเวอร์พูล มาตลอด ทว่าด้วยอาการบาดเจ็บทำให้เจ้าตัวไม่อาจช่วยทีมได้อย่างต่อเนื่องมากนัก และต้องตกเป็นแข้งสำรองอย่างช่วยไม่ได้ และถูกปล่อยยืมตัวให้กับ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เมื่อครึ่งซีซั่นที่ผ่านมา และลงเอยด้วยการยุติผลงานในสีเสื้อหงส์แดงไว้ที่ 160 นัดและยิงได้ 50 ประตู และได้ชูถ้วย ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 2019 เป็นการทิ้งทวนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั่นเอง ซึ่งมีข่าวลือว่าเจ้าตัวอาจจะลงเอยกับสโมสรในเมเจอร์ลีกของสหรัฐอเมริกา ทว่าหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวกลับทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่ปลอดภัยสำหรับชีวิตเมืองลุงแซมจนเปลี่ยนใจกลับมาค้าแข้งในยุโรปแล้ว

ปืนใหญ่ หัวใสดึงเอดูรั้งผอ.เทคนิคเพื่อตีตลาดแข้งลาตินค่าตัวถูก

ปืนใหญ่

ปืนใหญ่ ดึงเอดูรั้ง ผอ.เทคนิคเพื่อตีตลาด! นับแต่การแยกทางกับกุนซือระดับตำนานอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ทีมอาร์เซนอลก็พบการเปลี่ยนแปลงแขนงใหญ่ เริ่มตั้งแต่การปล่อยฟรีแข้งดังอย่าง อาร์รอน แรมซี่,เวลเบ็คและวิลเชียร์ ยังไม่รวมถึงการพยายามจะลดค่าใช้จ่ายในทุกรูปแบบอันนำไปสู่การดร็อปจอมทัพอย่าง เมซุต โอซิล ไว้ข้างสนามอยู่บ่อยครั้ง ในขณะที่สโมสรก็มีงบให้ อูไน เอเมรี่ ช็อปปิ้งสำหรับตลาดซื้อขายครั้งนี้เพียง 40 ล้านปอนด์เท่านั้น(งบน้อยกว่าเลสเตอร์ ซิตี้เสียอีก)จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหาผู้อำนวยการกีฬาที่มีเครือข่ายกว้างขวาง และมีเครดิตพอที่จะดึงผู้เล่นฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทีม

ก่อนหน้านี้ อูไน เอเมรี่ มีเป้าหมายที่จะดึง มอนชี่ ผู้อำนวยการกีฬาชื่อกระฉ่อนของ โรม่า เข้ามารับตำแหน่งดังกว่า ทว่าจวนแล้วจวดรอดก็เป็น เซบีย่าทีมดังจากสเปนปาดหน้าดึงตัวไปเสียก่อน ทำให้ล่าสุด อาร์เซนอล ต้องเบนเข็มมาหา เอดู ที่ปัจจุบันทำงานในบ้านเกิดกับทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ โดยหวังจะใช้ฐานข้อมูลและสายสัมพันธ์ของอดีตลูกหม้อรายนี้เพื่อการตีตลาดผู้เล่นอเมริกาใต้ในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้ เอดู วัย 41 ปีมีข้อมูลผู้เล่นฝีเท้าดีและสามารถเข้าถึงการเจรจาวงในกับผู้เล่นเหล่านี้ได้อย่างดี

   โดย เอดู ที่เคยรับใช้อาร์เซนอลในยุคแชมป์ไร้พ่าย(ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไม่แพ้ใครเลยตลอดเวลา 1 ซีซั่น)ซึ่งใช้เวลาในช่วงหลังในฐานะประสานงานของทีมชาติบราซิล และสื่อดังแดนกาแฟต่างให้เครดิตว่าเจ้าตัวคือกลไกสำคัญที่นำพาความสำเร็จมาสู่ทีมชาติบราซิลอีกคำรบ ถายหลังจากที่ทัพแซมบ้าที่เพิ่งคว้าแชมป์โคปาอเมริกา 2019 ได้สำเร็จ ด้วยผลงานชนะรวดแบบไม่แพ้ใคร แถมมีเกมรุกที่กลับมาเร้าใจอีกครั้ง จนทำให้ทีมดังแห่งลอนดอนหมายใจที่จะร่วมงานด้วย เพราะหากเมื่อเทียบราคาของผู้เล่นแถบลาตินอเมริกาแล้วยังถือว่ามีราคาที่ถูกกว่าผู้เล่นยุโรปอยู่มาก และอาร์เซนอลเองก็ถูกจัดว่าเป็นทีมที่มีงบประมาณจำกัดจนแทบไม่มีกำลังจะสู้ค่าตัวกับทีมอื่นๆได้

ภายหลังจากเสร็จภารกิจรับทีมชาติ เชื่อว่า เอดู จะเดินทางเพื่อร่วมงานกับ อาร์เซนอล โดยเค้าจะมีหน้าที่หลักในการประสานงานกับทีมงานสตาฟฟ์ของทีมชุดใหญ่,อะคาร์เดมี่สโมสร,เครือข่ายแมวมอง และการซื้อขายผู้เล่นของทีม โดยเฉพาะเรื่องการซื้อขายผู้เล่นที่ปัจจุบัน อาร์เซนอลกำลังเข้าสู่ยุครัดเข็มขัดที่ไม่อยากจ่ายค่าตัวแพงอีกแล้ว แล้วยังหวังว่าจะได้แข้งแซมบ้าฝีเท้าดีค่าตัวเบาๆที่อาจทำเงินก้อนโตได้ในอนาคตอีกด้วยนั่นเอง

ตีเลมอง ไม่อยากเป็นปีศาจ! หักมุมฝากอนาคตกับจิ้งจอกถาวรแล้ว

ตีเลมอง

หากพูดถึงชื่อชั้นของทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แล้วละก็ แฟนบอลทั้งหลายอาจคิดว่านักฟุตบอลไม่ว่าจะหน้าไหนๆก็คงไม่หาญกล้าจะปฏิเสธการร่วมทีม ทว่าตรรกะนี้ใช้ไม่ได้กับ ยูริ ตีเลมอง ซะแล้ว ทั้งที่มีเสียงร่ำลือมาตลอดในช่วงที่ผ่านมาว่าปีศาจแดงให้ความสนใจกองกลางวัยละอ่อน แต่ในที่สุด ตีเลมอง ก็ปลงใจเซ็นสัญญากับ เลสเตอร์ ซิตี้อย่างฉับพลันทันใจ โดยเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะรู้สึกไม่ประทับใจกับท่าทีที่ยืดเยื้อของ แมนยู นั่นเอง

เบรนแดน ร็อดเจอร์สกุนซือทัพจิ้งจอกเองก็ออกมายอมรับว่าทั้งโล่งใจและดีใจกับการเซ็นสัญญาในครั้งนี้ “ มันไม่ใช่แค่การได้นักเตะชั้นเลิศ แต่มันเป็นการส่งสัญญาณไปยังนักเตะและแฟนบอลว่าเลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงขับเคลื่อน นี่คือทีมที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว และยูริก็คือผู้เล่นที่ต้องการประสบความสำเร็จ ความกระหายของเค้าจะนำพาทีมเราไปในจุดที่เหมาะสมอย่างแน่นอน  ”อีกปัจจัยที่จะส่งผลให้ทัพจิ้งจอกมีโอกาสทำผลงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะ ตีเลมองได้มีโอกาสชิมลางกับเกมพรีเมียร์ลีกมาแล้ว ผ่านสัญญายืมตัวในถิ่น คิงพาวเวอร์สเตเดี้ยมเมื่อช่วงครึ่งซีซั่นที่ผ่านมา “ ยูริปรับตัวเข้ากับทีมได้ดี นั่นทำให้การเซ็นสัญญาครั้งนี้เราได้นักเตะที่พร้อมช่วยทีมได้เลย ไม่ต้องมาเสียเวลาปรับตัวอีก ”

   โดย ยูริ ตีเลมอง เจ้าของสถิติแข้งเบลเยี่ยมอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงประเดิมศึก UCL (ลงเล่นให้อันเดอร์เลชด้วยวัย16 ปี 148 วัน)ก็รู้สึกประทับใจกับการย้ายทีมในครั้งนี้เช่นกัน “ การได้ทำงานกับทีมต่อไปนับเป็นเรื่องน่ายินดี พวกเราทำงานร่วมกันมาแล้วในซีซั่นที่ผ่านมา และเรายังมีภารกิจที่ต้องทำกันอีกมาก ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าเรามีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ต้องสงสัย ” ดาวเตะวัย 22 ปีได้ลงเล่นให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมาไปแล้วทั้งสิ้น 12 เกมยิงได้ 3 ประตูและทำทางให้เพื่อนอีก 4 แอสซิสต์

โดยการพลาดคว้าตัว ตีเลมอง ผู้เล่นอนาคตไกลรายนี้ยิ่งทำให้ โอเล่ กุนน่า โซลชา นายใหญ่ถิ่น โอลด์แทร็ฟฟอร์ดยิ่งเซ็งไปอีก เนื่องจากปัจจัยสำคัญที่ปีศาจแดงยังสงวนท่าทีในการยื่นข้อเสนอ เพราะต้องการดูสถานการณ์การย้ายทีมของ ปอลป็อกบา กองกลางเจ้าปัญหาที่มีข่าวย้ายทีมอย่างต่อเนื่องนั่นเอง ซึ่งข่าววงในระบุว่าอดีตกองกลางโมนาโกได้แจ้งกับเอเยนต์ว่าจะไม่อยากรอข้อเสนอจากแมนเชสเตอร์อีกแล้ว และตอบรับสัญญาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวสูงถึง 40 ล้านปอนด์ (ราว1,560 ล้านบาท)ภายใต้สัญญายาว 4 ปี

เจาะลึกฟุตบอลโลก 2018 กลุ่มดี ทีมไหนน่าจับตามอง

เจาะลึกฟุตบอลโลก 2018

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ในครั้งนี้นั้นทีมในกลุ่มดีนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งเรามาดูกันสิว่าในกลุ่มดีเนี่ยแต่ละทีมนั้นมีขุนกำลังที่ดูดีอย่างไรกันบ้าง แต่งานนี้คอนเฟิร์มได้เลยว่ามีตัวเต็งระดับแถวหน้าของโลกที่อยู่ในกลุ่มนี้เยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะทีมชาติอาร์เจนติน่านั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะครับ ซึ่งในฟุตบอลโลกในครั้งนี้นั้นรับรองเลยว่าทีมชาติอาร์เจนติน่านั้นก็น่าจะเป็นตัวเต็งที่น่าจะมีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบลึกๆ อย่างแน่นอน

เจาะลึกฟุตบอลโลก 2018 โอกาสการเข้ารอบของแต่ละทีมนั้นจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

มาดูกันที่ทีมแรกกันเลยนะครับทางด้านทีมชาติอาร์เจนติน่านั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยนะครับ เมื่อศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมานั้นทางด้านอาร์เจนติน่าก็ได้ทำให้เหล่าแฟนๆ ต้องผิดหวังกันเป็นอย่างมากเลย ซึ่งในครั้งนี้ก็น่าจะรวบรวมฟอร์มการเล่นต่างๆ เพื่อที่จะเข้ารอบต่อไปให้ได้นั่นเอง ซึ่งในทีมนั้นก็มีนักเตะคนเก่งอย่าง เมสซี่ อยู่ในทีมที่คิดว่าน่าจะทำให้ฟอร์มการเล่นของทีมออกมาดูดีได้อย่างแน่นอนนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามนั้นโอกาสที่จะเข้ากรอบต่อไปก็มีมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ด้วยกันนั่นเอง ทีมชาติไอซ์แลนด์ นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองเหมือนกันนะครับ เพราะฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่ผ่านมานั้นก็ได้เขี่ยทีมชาติอังกฤษตกรอบมาแล้วด้วยกันนั่นเอง ซึ่งใสนครั้งนี้แน่นอนก็อาจจะสร้างโอกาสและความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ ได้อย่างแน่นอนเลยทำให้โอกาสที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปนั้นก็น่าจะมีถึง 50 เปอร์เซ็นต์นั่นเอง มาดูที่ทีมต่อไปนะครับอย่างทางด้านทีมชาติโครเอเชีย นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองเหมือนกันเพราะว่าทีมนี้นั้นก็มีนกัเตะที่อยี่ในทีมกันอย่างดีเลย ซึ่งถือได้ว่ามีขุมกำลังที่ดุเดือดและคิดว่าน่าจะมีโอกาสที่จะนำพาทีมเข้ารอบไปได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์อีกด้วยนั่นเอง และอีกหนึ่งทีมอย่างทีมชาติไนเจียเรียนั้นการที่มาอยู่ในกลุ่มนี้นั้นก็อาจจะทำให้ไม่สามารถที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้ เพราะสายนี้ถือมีทีมตัวเต็งที่น่าจับตามองอยู่หลายทีมด้วยกันนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นโอกาสที่จะผ่านเข้ารอบก็มีน้อยนิดมีเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง

อาร์เจนติน่าทีมเต็งที่น่ากลัว

แน่นอนนะครับว่าการที่อาร์เจนติน่านั้นเป็นทีมเต็งที่น่ากลัวนั้นก็เพราะว่าในทีมก็มีนักเตะฟอร์มดีอย่างเมสซี่อยู่ในทีม เลยทำให้ฟอร์มการเล่นของทีมนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองและคิดว่าในครั้งนี้ก็น่าจะมีโอกาสที่จะลุ้นแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 เหมือนกันนั่นเอง

Newer posts