อุมตีตี้ คอตกเปรยอาจต้องหาที่ทางใหม่เพื่อลงเล่นฟุตบอลอีกครั้ง

อุมตีตี้

   โลกลูกหนังก็เหมือนลูกฟุตบอลที่กลิ้งไปเรื่อง ทุกๆอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ซามูเอล อุมตีตี้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเชิดชูว่าอาจก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจในแนวรับแทนที่เคราร์ด ปิเก้กลับประสบโชคชะตาที่พลิกผันเมื่อเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งจนส่งผลให้ไม่ค่อยมีบทบาทกับบาเซโลน่าในซีซั่นนี้ และเจ้าก็ชักจะไม่มั่นใจอีกแล้วว่าจะเล่นฟุตบอลอย่างมีความสุขต่อไปในสีเสื้อเลือดหมูได้หรือไม่

   ก่อนหน้านี้ซามูเอล อุมตีตี้มักโดนถามอยู่บ่อยครั้งเรื่องการย้ายทีม ทว่ากองหลังชาวฝรั่งเศสก็ปฏิเสธเสียงแข็งทุกครั้งไป พร้อมกับยืนยันว่าอยากอยู่กับบาเซโลน่าต่อไปเท่านั้น ทว่าหลังจากเจ้าตัวได้ลงสนามเพียง360นาที(4นัด)ในฤดูกาลนี้ก็ทำให้อุมตีตี้ตอบคำถามด้วยท่าทีที่แตกต่างออกไป “ ผมเห็นภาพตัวเองเลิกเล่นกับบาซ่ามาตลอด แต่ผมยังสามารถเล่นฟุตบอลอีกนานแต่กลับไม่ค่อยได้ลงเล่นกับบาซ่ามากนัก ผมทั้งเจ็บปวดและเศร้าใจ มันทำให้ผมต้องทบทวนหลายๆเรื่อง ความมั่นใจเดียวที่เหลืออยู่คือ ผมต้องการคว้าแชมป์และลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ถ้าผมไม่ได้รับมันก็อาจต้องมองหาทางเลือกอื่นๆ ” อุมตีตี้เปรยถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีม

   ซามูเอล อุมตีตี้เพิ่งจะต่อสัญญากับบาเซโลน่าเมื่อปีก่อนทำให้มีค่าฉีกสัญญาสูงถึง500ล้านยูโร ด้วยค่าตัวระดับมหาศาลบวกกับสภาพร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์ก็เป็นการยากที่จะมีสโมสรไหนยอมเสี่ยงคว้าตัวอุมตีตี้ไปใช้งานต่อ

อุมตีตี้ ไม่ยอมผ่าเข่าเมื่อ2ปีก่อนส่งผลเจ็บเรื้อรังถึงบัดนี้

    เหตุผลสำคัญที่ทำให้อุมตีตี้ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงกับบาซ่าได้ในซีซั่นนี้ เนื่องจากเจ้าตัวมีสภาพร่างกายที่ไม่ฟิตสมบูรณ์เสียทีโดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิเสธเข้ารับการผ่าตัดเข่าเมื่อปี2017

   เมื่อเดือนกันยายน2017ซามูเอล อุมตีตี้ถูกตรวจพบว่ามีอาการบาดเจ็บที่เข่าซ้าย โดยทีมแพทย์แนะนำให้เจ้าตัวเข้ารับการผ่าตัดเพื่อที่จะได้หายขาด(บาดเจ็บเรื้อรังที่เข่าซ้ายมาก่อนหน้านั้นแล้ว)ทว่าอุมตีตี้เลือกปฏิเสธที่จะเข้ารับการผ่าตัด แต่หันไปทำกายภาพบำบัดกับผู้เชี่ยวชาญแทนซึ่งกินเวลาพักฟื้นนานกว่า ซ้ำยังไม่การันตีผลลัพธ์อีกต่างหาก แล้วก็กลายเป็นเสียเวลาเปล่าเพราะหลังจากนั้นอุมตีตี้ก็ไม่เคยกลับมามีร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์ได้อีกเลย จนในซีซั่นนี้เฮอร์เนสโต้ บัลเบเด้ต้องเลือกใช้งานเกลม็องต์ ล็องเล่ต์เป็นตัวหลักในแนวรับแทนที่

ซัวเรส อาจอำลาเจ้าบุญทุ่มโยกล่าตาข่ายเมเจอร์ลีกซอคเกอร์

ซัวเรส

    หลุยส์ ซัวเรสถูกยกให้เป็นหัวหอกอันดับต้นๆของวงการลูกหนังโลก ด้วยผลงานการคว้าแชมป์กับบาเซโลน่าอย่างมากมาย ทว่าเมื่อวันนี้อายุของเค้าก้าวล่วงวัย32ปีก็ทำให้เจ้าตัวเริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับการค้าแข้งในแดนกระทิง แล้วอาจมองหาความท้าทายครั้งใหม่ให้กับชีวิตการค้าแข้งในบั้นปลายดูบ้าง

    นับตั้งแต่ย้ายมาลงเล่นในถิ่นคัมป์ นู หลุยส์ ซัวเรสกวาดถ้วยรางวัลกับบาซ่าไปแล้วกว่า13รายการ พร้อมกับยิงไปแล้ว186ประตูกับ97แอสซิสต์(ลงเล่น261นัด) “ ผมยังสนุกกับการทำประตูเหมือนเดิม บาเซโลน่าก็ยังคงมีความหมายต่อผมอย่างมาก ตราบเท่าที่ผมยังมีสัญญาอยู่กับทีมผมก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นั่นคือแนวทางที่ผมยึดถือมาตลอด ”

    ทว่าเมื่อถูกถามถึงโอกาสย้ายทีมดาวยิงชาวอุรุกวัยก็ยอมรับว่าอาจมีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน “ วันนี้ผมยังเป็นผู้เล่นบาซ่า แต่อนาคตไม่มีใครรู้หรอก มีการพูดถึงลีกสหรัฐฯซึ่งก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ มันคงเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับครอบครัวของผมด้วย ”

     “ เมเจอร์ลีกพัฒนาขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่นั่นไม่ใช่แค่ลีกปลดเกษียญ(นักเตะใกล้แขวนสตั๊ดมักไปโกยเงิน)อีกแล้ว มีนักเตะหนุ่มๆจากอเมริกาใต้ย้ายมาลงเล่นมากขึ้น เมเจอร์ลีกคือลีกที่แข็งแกร่งและท้าทาย ” ซัวเรสกล่าวชื่นชม

เบ็คแฮมหวังทุ่มค่าเหนื่อยล่อใจ ซัวเรส ซบอินเตอร์ไมอามี่

    ด้านอินเตอร์ ไมอามี่ทีมน้องใหม่ในเมจอร์ลีกที่มีเดวิด เบ็คแฮมเป็นเจ้าของสโมสร ก็มีข่าวว่าสนใจในการที่จะดึงซัวเรสไปร่วมทีมทั้งยังพร้อมที่จะอัดค่าเหนื่อยก้อนโตเพื่อมัดใจดาวยิงบาซ่าอีกต่างหาก ในรายงานยังระบุอีกว่าเบ็คแฮมยังได้หมายตาเอดิสัน คาวานี่หัวหอกตัวเก่งของปารีส แซงต์ แชร์กแมงเอาไว้ด้วย โดยอดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษต้องการที่จะให้ซัวเรส และคาวานี่จับคู่กันเพื่อผลิตสกอร์ให้กับอินเตอร์ ไมอามี่นั่นเอง

    โดยปัจจุบันบาเซโลน่าได้วางแผนที่จะให้อองตวน กรีซมันน์เป็นตัวตายตัวแทนของหลุยส์ ซัวเรสไว้แล้ว จึงมีความเป็นไปได้ที่บาซ่าจะตัดสินใจปล่อยตัวกองหน้ารายนี้ออกไปจากทีม เนื่องจากซัวเรสเองก็เหลือสัญญากับบาเซโลน่าอีกแค่หนึ่งปีครึ่งเท่านั้น

     อินเตอร์ ไมอามี่เป็นสโมสรใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งได้เพียง21สัปดาห์ ด้วยความร่วมมือของเดวิด แบ็คแฮมและหุ้นส่วนอีกสามราย แม้ว่าจะมีสถานะเป็นเพียงสโมสรน้องใหม่ในเมืองลุงแซม ทว่าเดวิด แบ็คแฮมตั้งเป้าหมายที่นำพาสโมสรประสบความสำเร็จให้จงได้

มาเน่ รับเมื่อยปากยามถูกใครๆถามว่าเจอร์เกนคล็อปป์มีดีตรงไหน

มาเน่

    ลิเวอร์พูลภายใต้การทำทีมของเจอร์เกน คล็อปป์นั้นกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังนำโด่งเป็นจ่าฝูงในศึกพรีเมียร์ลีกด้วยการนำห่างทีมอันดับสองอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ถึง8คะแนน ทำให้บ่อยครั้งมักจะมีคนสงสัยว่ากุนซือชาวเยอรมันนั้นมีดีอะไรจนนำพาให้หงส์แดงกลายเป็นทีมที่อันตรายสุดในช่วงสองซีซั่นที่ผ่านมา ร้อนถึงซาดิโอ มาเน่ลูกทีมคนโปรดของคล็อปป์ต้องออกมาให้การยืนยันว่าเจ้านายของเค้านั้นยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นการยากเอามากๆที่จะหาคำนิยามมาอธิบายได้

    “ ระยะหลังผมต้องตอบคำถามนี้ทุกวัน(คล็อปป์เก่งจริงไหม?เก่งยังไง?) ผมตอบมันจนเบื่อเลยละ โดยที่ผมก็ไม่ค่อยได้พูดอะไรมากเนื่องจากความยอดเยี่ยมของเจ้านายมันแทบจะอยู่ในทุกอิริยาบทของเค้าเลย จนบางทีเราเห็นสิ่งดีๆเหล่านี้จนมันเป็นเรื่องปกติ จนเราก็สาธยายเป็นคำพูดไม่ได้ว่าเจ้านายเจ๊งตรงไหนบ้าง ”

    “ เจ้านายสร้างสิ่งดีๆให้กับทีมมากมาย ไม่น่าเชื่อว่าเค้าใช้เวลาแค่4ปีสร้างลิเวอร์พูลให้มีพัฒนาการแบบก้าวกระโดด ทั้งที่ตอนเค้าเข้ามารับงานแรกๆนั้นทีมกำลังประสบปัญหาต่างๆมากมาย ในสายตาผมเจอร์เกน คล็อปป์เป็นผู้จัดการทีมที่สุดมหัศจรรย์เลยเชียวละ “ มาเน่ยกย่องเจ้านาย

คล็อปป์คือประกาศิตแห่งแอนด์ฟิล มาเน่ ยันบอสบอกอะไรก็เชื่อ

      ในซีซั่นนี้เอกลักษณ์สำคัญของลิเวอร์พูลคือเป็นทีมที่แพ้ยาก ไม่ว่ายังไงพวกเค้าก็มักจะเอาตัวรอดได้เสมอซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแรงกระตุ้นที่เจอร์เกน คล็อปป์ส่งต่อไปยังลูกทีม โดยซาดิโอ มาเน่ก็เป็นหนึ่งในสักขีพยานที่กล้ายืนยันว่ากุนซือชาวเยอรมันนั้นเลือกที่จะสื่อสารอย่างถูกที่ถูกเวลาเสมอ “ เจ้านายไม่ใช่พวกเจ้ากี้เจ้าการแม้อันที่จริงเค้าจะเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของพวกเราตลอด แต่เค้าจะเลือกว่าจะบอกอะไรกับเราตอนไหน แล้วที่เห็นกันมาทุกอย่างที่คล็อปป์บอกเรามันเหมาะเหม็งเสมอ มันทำให้พวกเรามักตั้งใจฟังยามเค้าพูด เพราะคำพูดเหล่านั้นมักส่งผลกระทบที่ดีต่อทีมเสมอมา ”

      มาเน่ยังได้แอ่นอกรับอีกว่าเค้าเป็นคนหนึ่งที่พร้อมจะทำตามทุกอย่างที่เจอร์เกน คล็อปป์บอกโดยปราศจากข้อกังขา “ ผมเคารพเค้า(คล็อปป์)อย่างมาก ไม่ว่าเค้าบอกอะไรผมก็พร้อมจะทำตามแบบไม่ต้องถาม ผมเชื่อมั่นว่าทุกคำพูดที่เค้าบอกกับเรามันมีเพียงจุดประสงค์เดียวนั่นคือชัยชนะของทีม มันจึงไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้นที่ผมต้องสงสัยในคำพูดเหล่านั้น ”     

บาเยิร์น ต่อเวลาให้ฟลิคคุมทัพฆ่าเวลาไปก่อนจนถึงเบรกหนีหนาว

บาเยิร์น

     หลังจากสั่งปลดนิโก้ โควัชออกจากเก้าอี้ผู้จัดการทีม เสือใต้ก็ฟอร์มดีขึ้นผิดหูผิดตาด้วยเก็บชัยชนะสองเกมรวดแถมยังเก็บคลีนชีตได้ทั้งสองเกมอีกต่างหาก จนทำให้บอร์ดบริหารของเสือใต้คิดอยากลองวัดฝีมือของกุนซือจำเป็นอย่างฮันซี่ ฟลิคต่อไป โดยมีการยืนยันออกมาว่าจะให้ฟลิคได้ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมในถิ่นอารีอันซ์ อารีน่าไปจนถึงคริสมาสต์

    เฮอร์เบิร์ต ไฮเนอร์ประธานสโมสรคนใหม่ของบาเยิร์น มิวนิคได้ประกาศสนับสนุนการทำงานของฟลิคต่อไป “ เรา(บาเยิร์น มิวนิค)เป็นทีมระดับแชมเปี้ยน ฉะนั้นเราไม่คิดที่จะปรับเปลี่ยนการทำงานของฟลิค เค้ากำลังไปได้สวย เราอยากให้เค้าทำทีมต่อไปอีกซักพัก ในช่วงเบรกหนีหนาวเราจะพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง ”

     ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ ฮันซี่ ฟลิค จะทำงานในฐานะผู้จัดการทีมได้อย่างยอดเยี่ยม เนื่องจากเจ้าตัวจัดว่าเป็นโค้ชที่มีประสบการณ์โชกโชน ทั้งยังได้ทำคะแนนในระหว่างการอบรมโค้ชอย่างมหัศจรรย์ ชนิดที่โธมัส โดลล์อีกหนึ่งกุนซือมากประสบการออกปากยอมรับว่าฟลิคมีความเข้าใจในงานโค้ชอย่างทะลุปรุโปร่งเนื่องจากทั้งคู่ได้อบรมใบประกาศโค้ชรุ่นเดียวกัน โดยผลงานที่เด่นที่สุดคือเค้าเป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับโยอาคิม เลิฟจนสามารถนำทีมชาติเยอรมันคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาได้สำเร็จในปี2014

บาเยิร์น โดนแฉยังไม่สามารถหาคนที่ใช่จนต้องยื้อไปถึงมกราคม

      ในขณะแฟนบอลเสือใต้อาจหลงคิดไปว่าบอร์ดบริหารมีความตั้งใจที่จะแต่งตั้ง ฮันซี่ ฟลิค เป็นผู้จัดการทีมถาวร แต่สื่อในเยอรมันกลับออกมาเสนอข่าวที่ย้อนแยงด้วยการยืนยันว่าบาเยิร์น มิวนิคยังต้องการตามหาผู้จัดการทีมระดับบิ๊กเนมเข้าทำทีม แต่ทว่าในเวลานี้เป็นช่วงว่าการแข่งขันในทุกๆลีกยังคงดำเนินไปข้างหน้า จนทำให้แชมป์เก่าบุนเดสลีก้ายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับกุนซือหน้าไหนได้เลย จนจำเป็นต้องเล่นละครตามน้ำไปก่อนว่าจะอยากเห็นผลงานของกุนซือชั่วคราวอย่างฟลิคไปอีกซักพัก

       โดยก่อนหน้านี้กุนซือตัวเต็งของเสือใต้ คือ อาร์แซน เวนเกอร์ ทว่าในที่สุดอดีตกุนซืออาร์เซนอลก็เลือกที่จะไปทำงานกับฟีฟ่าแทน จนทำให้ตอนนี้แคนดิเดตผู้จัดการทีมของพวกเค้าเหลือเพียง คาร์โล อันเชลอตติ,เมาริซิโอ โปรเชตติโน่ และโชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งเป็นที่คาดการกันว่าในระหว่างนี้เสือใต้มีความตั้งใจที่จะบรรลุข้อตกลงกับใครซักคนให้ได้ก่อนปีใหม่ แล้วค่อยแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

รีลมาดริด ชักสงสัยคุ้มไหมกับค่าตัว&ค่าเหนื่อยโยวิชหอกเซอร์เบีย

รีลมาดริด

    รีล มาดริดได้ชื่อว่าเป็นทีมที่มองการไกลเสมอมา พวกเค้ามีสายตาอันแหลมคมและมักจะได้ตัวนักเตะคุณภาพดีมาร่วมทีมอยู่ตลอด นั่นทำให้ลูก้า โยวิชกองหน้าที่ฟอร์มสดเหลือเกินกับไอน์ทรัค แฟรงเฟิร์ต(ยิง27ประตูจากการลงเล่น48นัด)ถูกกระชากตัวมาร่วมทัพตั้งแต่ในช่วงซัมเมอร์ด้วยค่าตัวสูงถึง60ล้านยูโร เท่านั้นยังไม่พอรีล มาดริดยังได้ประเคนค่าเหนื่อยให้ถึงสัปดาห์ละ365,000ปอนด์อีกต่างหาก จนทำให้กองหน้าชาวเซอร์เบียกลายเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ได้ค่าเหนื่อยสูงที่สุดในแผ่นดินยุโรปเลยทีเดียว

    ทว่าการเดิมพันครั้งนี้ของทัพราชันย์ดูจะไม่ค่อยน่าประทับใจนัก เมื่อโยวิชไม่สามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมได้ จนทำให้ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียงแค่3เกมเท่านั้นนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล แถมเพิ่งจะปลดล็อคยิงประตูแรกได้เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จนดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะยังไม่สามารถปรับตัวกับลีกสเปนได้เลยจนอาจกลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำครั้งใหญ่ของฟรอเรนติโน่ เปเรซเลยก็เป็นได้

    ลูก้า โยวิชลงเล่นให้กับรีล มาดริดไปแล้ว319นาที(11นัดจากทุกรายการ)แต่เพิ่งจะยิงประตูได้แค่เม็ดเดียวเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นผลงานที่ซีนาดีน ซีดานไม่ปลื้มอย่างแรง ซึ่งตัวโยวิชเองก็ไม่พอใจกับสถานการณ์ของตนเองเช่นกันเนื่องจากการที่ไม่ค่อยได้ลงสนามก็ทำให้เจ้าตัวหลุดจากทีมชาติเซอร์เบียเช่นกัน จนมีความเป็นได้ที่เจ้าตัวจะเลือกย้ายออกแบบยืมตัวในช่วงปีใหม่เพื่อหาโอกาสลงสนามที่สม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น

ซีดานนายใหญ่ รีลมาดริด ปวดตับเล็งปล่อยยืมโยวิชแต่หาทีมใหม่ยากเพราะค่าจ้างแพง

     รีล มาดริดได้เล็งที่จะปล่อยตัวลูก้า โยวิชแบบยืมตัวออกไปในช่วงปีใหม่ โดยที่มีทีมอย่างเอซี มิลาน,ไอน์ทรัค แฟรงเฟิร์ตและแมนยูฯ แต่ก็ดูเหมือนว่าการเจรจาอาจมีปัญหาเนื่องจากค่าเหนื่อย เนื่องจากนักเตะได้รับค่าจ้างจากรีล มาดริดที่สูงมากกว่า300,000ปอนด์ซึ่งในบรรดาทีมที่ให้ความสนใจในตัวโยวิชคงไม่พร้อมที่จะแบกค่าจ้างระดับนั้นแน่ๆ

     การจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะอย่างบ้าคลั่งของรีล มาดริดนั้น มักสร้างปัญหาให้กับพวกเค้ามาโดยตลอด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแกเร็ธ เบลก็ถูกซีดานพยายามบีบให้ย้ายทีมออกไป แต่ทว่าด้วยค่าเหนื่อยของเบลที่สูงถึง600,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ก็ทำให้ทางเลือกของปีกชาวเวลส์มีไม่มาก แล้วในที่สุดก็ไม่มีทีมใหม่ที่ใจถึงพอที่จะแบกรับค่าเหนื่อยจำนวนดังกล่าว ทำให้เบล และซีดานต่างยังร่วมงานกันจนถึงปัจจุบัน

ดาเนี่ยลอัลเวส กำชับเนย์มาร์วางตัวให้เป็นมืออาชีพมากกว่านี้

ดาเนี่ยลอัลเวส

   ในฐานะที่เคยเป็นทั้งรุ่นพี่ในนามทีมชาติบราซิลและสโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมงก็ทำให้ดาเนียล อัลเวสต้องออกมาให้คำแนะนำกับเนย์มาร์เสียบ้าง หลังจากที่ชีวิตการค้าแข้งในฝรั่งเศสของเนย์มาร์ดูจะไม่ราบรื่นเอาเสียเลยมีทั้งข่าวฉาวนอกสนาม,การไม่ให้ความเคารพต้นสังกัด และการโดนแฟนบอลเปเอสเชส่งข้อความขับไล่ ซึ่งต้นเหตุของเรื่องก็มาจากการกระทำของตัวเนย์มาร์เองทั้งนั้น

    “ เค้า(เนย์มาร์)แตกต่างจากคนอื่นๆ เค้ามีความกล้าหาญและทำตามสัญชาตญาณตัวเองเสมอ ในมุมหนึ่งมันคือข้อดีที่เค้าดึงจุดนี้มาสร้างความแตกต่างในสนาม แต่ในแง่ของการใช้ชีวิตแล้วมันอาจต้องปรับเปลี่ยนบ้าง เค้าเป็นกัปตันทีมชาติไม่ใช่นักเตะเยาวชนอีกแล้ว ฉะนั้นพูดได้เต็มปากว่าเค้าเป็นเหมือนภาพลักษณ์ของทีมชาติบราซิล การวางตัว,การพูด และพฤติกรรมต่างๆมันควรต้องอยู่ในความเหมาะสม เนย์มาร์ต้องไม่ลืมเรื่องนี้ ” อัลเวสแบ๊คขวาดีกรีทัพเซเลเซากล่าวเตือนสติ

ดาเนี่ยลอัลเวส ป้องเนย์มาร์ไม่ควรสนใจเสียงด่าให้มุ่งมั่นในสนามต่อไป

     แม้ว่าอัลเวสจะพูดเชิงให้เนย์มาร์ต้องปรับปรุงตัวแล้วทว่าแบ๊คขวาวัย36ปีก็ยังได้ออกตัวปกป้องรุ่นน้องรายนี้เช่นกัน “ เค้าเป็นไอคอนฟุตบอลทั้งกับทีมชาติและสโมสร มันมีแรงคาดหวังสูงมาก และบางครั้งเนย์มาร์ก็รับมือกับมันไม่ได้ แน่นอนเค้าเป็นคนมีอารมณ์ร่วมสูงมันทำให้เมื่อเค้ารับรู้ถึงคำพูดที่ไม่ดี,อารมณ์ที่ไม่สมหวัง เค้าก็จะมีความรู้สึกรุนแรงกว่าคนอื่นๆเช่นเดียวกัน ”

      เมื่อถูกถามเรื่องการขอย้ายทีม(ของเนย์มาร์)ดาเนี่ยล อัลเวสก็ทำได้เพียงแบ่งรับแบ่งสู้เท่านั้น “ ผมมองว่าเค้ามีสิทธิที่จะพูดในสิ่งที่เค้าปรารถนา(ย้ายทีม)แม้ว่ามันอาจจะไม่ถูกใจใครหลายๆคน แต่คุณต้องไม่หันหลังให้ทีม และเนย์มาร์ก็เป็นเช่นนั้น นักข่าวบอกว่าเค้ายืนยันกับเปเอสเชว่าจะไม่ลงเล่นให้ทีมอีกแล้ว ซึ่งมันเหลวไหลสิ้นดี เค้าไม่มีชื่อในทีมเพราะอาการบาดเจ็บต่างหาก ”

      ช่วงท้ายอดีตฟูลแบ๊คบาซ่ายังได้แสดงความเห็นที่จะให้เนย์มาร์มีสมาธิกับเกมฟุตบอลเท่านั้นจะเป็นการดีที่สุด “ แฟนบอลเปเอสเชบางส่วนยังไม่ให้อภัยเนย์มาร์ แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะหน้าที่ของนักฟุตบอลที่ดีคือการลงไปเล่นแล้วสร้างประโยชน์ให้ทีม ซึ่งเค้าทำได้อย่างไร้ที่ติ ขอเพียงก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ผลงานในสนามจะบอกเองว่าคุณเป็นใคร อย่าปล่อยให้เสียงตำหนิมาเปลี่ยนแนวทางของเรา เนย์มาร์ยังคงเป็นนักฟุตบอลชั้นเลิศนั่นเป็นเรื่องจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ”

ชาก้า ยังจะเป็นกัปตันทีมชาติสวิตซ์ต่อแม้ทำงามหน้ากับปืนใหญ่

ชาก้า

   ท่ามกลางกระแสดราม่าของกรานิต ชาก้ากัปตันทีมจอมหัวร้อนของอาร์เซนอล ที่ทั้งนักเตะรุ่นเก๋า และแฟนบอลต่างออกมาเรียกร้องให้สโมสรต้นสังกัดทำการปลดออกจากตำแหน่งหัวหน้าทีมซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากองกลางวัย27ปีจะโดนอาร์เซนอลริบปลอกแขนหรือไม่ ทว่าในส่วนของสมาคมฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์กลับรีบชิงออกมาประกาศจุดยืนก่อนเพื่อนว่าจะขอสนับสนุนชาก้าในทุกวิถีทาง และเจ้าตัวจะยังคงมีสถานะเป็นกัปตันในระดับเกมทีมชาติต่อไป

   “ กรานิตมีความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม เราได้ติดต่อกับเค้าหลังเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว เรายืนยันว่ากรานิตจะยังเป็นสวมปลอกแขนให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ต่อไป ” แถลงการณ์จากสมาคมฟุตบอลแดนนาฬิกา ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานกรานิต ชาก้าก็ได้เปลี่ยนรูปโปรล์ในอินสตาแกรมจากเดิมที่เป็นรูปชุดสโมสรปืนใหญ่เป็นชุดทีมชาติทันที พร้อมกันนั้นดูเหมือนอาร์เซนอลก็อาจไม่ได้ลงดาบนักเตะรายนี้อีกด้วยแต่อาจหาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเค้ามาช่วยบำบัดสภาพจิตใจชาก้าเสียด้วยซ้ำ

อูไนตามมาช่วยขอเยียวยาจิตใจ ชาก้า ก่อนเรื่องปลอกแขนค่อยว่ากัน

    กระทั่งถึงตอนนี้ยังไม่มีแถลงการณ์แสดงการขอโทษมาจากตัวต้นเรื่องอย่างชาก้าแต่อย่างใด ทว่าอูไน เอเมรี่ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นใจว่ามีความจำเป็นต้องดึงสภาพจิตใจของนักเตะรายนี้กลับมาให้ได้เป็นอันดับแรกซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลปืนใหญ่เป็นอันมาก “ เค้าดูอ่อนไหวมากในตอนนี้ ผมอยากให้เวลาเค้าอีกซักนิดเนื่องจากเค้าเองก็จะได้พักช่วงกลางสัปดาห์ ในขณะที่เราก็ยังมีเกมกับลิเวอร์พูลรออยู่ แม้เค้าจะซ้อมกับทีมตามปกติแต่เราทุกคนรับรู้ได้ว่าเค้าก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้ไม่น้อยเช่นกัน ”

     เมื่อถูกถามเรื่องบทบาทกัปตันทีม อูไน เอเมรี่ก็รีบบอกปัดทันที “ เราไม่อยากด่วนสรุป มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและผมอยากให้มันเป็นไปตามขั้นตอนของมัน สำหรับเวลานี้ชาก้าดูมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ และผมอยากโฟกัสไปที่การดึงเค้ากลับมาพร้อมในเกมการเล่นเป็นเรื่องแรก ส่วนเรื่องเค้าจะได้เป็นกัปตันทีมต่อไปหรือไม่เราจะตัดสินใจกันอีกครั้ง ” เทรนเนอร์ชาวสเปนแสดงความชัดเจนว่าต้องการเลี่ยงที่จะตอบ ซึ่งเท่าที่สื่อในอังกฤษรายงานมามีความเป็นไปได้สูงมากที่กรานิต ชาก้าจะยังคงได้ลงเล่นในฐานะกัปตันทีมอาร์เซนอลต่อไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็บอกเลยว่าอูไน เอเมรี่กำลังส่งชาก้าให้ลงไปโดนเชือดในสนามชัดๆเพราะกระแสเสียงโห่จากแฟนบอลจะยิ่งหนักกว่าเดิมอีกหลายเท่า

จิ้งจอก เตรียมรับทรัพย์หลังโมนาโกติดใจฝีเท้าสลิมานี่ขอซื้อขาด

จิ้งจอก

   จิ้งจอกสยามเลสเตอร์ซิตี้อาจได้เงินสำหรับช๊อปเพิ่มในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคมนี้ เมื่อทางโมนาโกแสดงความสนใจที่จะซื้อขาดกองหน้าตัวเช่าอย่างอิสลาม สลิมานี่ไว้เป็นการถาวร โดยอดีตทีมแชมป์ลีกเอิงซีซั่น2016/17นั้นติดอกติดใจในผลงานของหัวหอกชาวแอลจีเรียที่ช่วยยกระดับการเล่นให้กับโมนาโกจนสามารถหลุดโซนท้ายตารางลีกเอิงได้สำเร็จ อีกทั้งสลิมานี่ยังเล่นได้อย่างเข้าขากับวิสซาม เบน เยดเดอร์กองหน้าตัวใหม่ที่เพิ่งดึงตัวกลับมาจากเซบีญ่าอีกต่างหาก

   อิสลาม สลิมานี่กลับมาเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้งในลีกเอิงเมื่อเจ้าตัวซัดไปแล้ว5ประตูพร้อมทำทางให้เพื่อนอีก6แอสซิสต์ทั้งที่เพิ่งได้ลงเล่นไป7เกม เรียกได้ว่ากลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนบอลโมนาโกไปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกันนั้นสกายสปอร์ตได้เผยรายละเอียดว่าโมนาโกสามารถรับเซ้งหัวหอกวัย31กะรัตมาเป็นกรรมสิทธิ์ได้ด้วยสนนราคาเพียง7.8ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งถือว่าคุ้มราคาอย่างมากและมีความเป็นไปได้สูงที่เลโอนาโด ยาดิมจะร้องขอให้บอร์ดบริหารจัดการเรื่องนี้ในช่วงปีใหม่ โดยเชื่อว่าทางเลสเตอร์ก็ไม่น่าติดขัดอะไร

สลิมานี่มองโลกในแง่ดีเสมอปูแอลอดีตโค้ช จิ้งจอก อวยไม่แปลกที่ได้ดีกับโมนาโก

    โคลด ปูแอลอดีตเทรนเนอร์เลสเตอร์ผู้เคยทำงานร่วมกับสลิมานี่มาก่อนหน้าได้ออกมาสมทบความเห็นว่าเค้าไม่รู้สึกประหลาดใจเลยแม้แต่น้อยที่ดาวยิงรายนี้จะกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งกับโมนาโกอีกครั้ง “ สมัยผมทำงานที่คิงพาวเวอร์สเตเดี้ยม สลิมานี่คือหนึ่งในนักเตะที่เต็มร้อยในสนามซ้อมตลอดเวลา เค้ามีอารมณ์ร่วมกับทีมในระดับสูงมาก แม้ว่าเค้าจะไม่ค่อยได้ลงเล่นก็ตาม ซึ่งถือว่าหายากมากๆสำหรับนักฟุตบอลสมัยใหม่ วันนี้เค้าก็ได้มาโชว์ฟอร์มในฝรั่งเศสพร้อมทั้งกลายเป็นที่รักของชาวโมนาโกไปแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร สลิมานี่คือแบบอย่างของนักเตะมืออาชีพ เค้าสมควรได้รับสิ่งเหล่านี้ ”

   “ สำหรับนักเตะที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นบางคนก็จะไม่ยิ้มแย้ม ซังกะตาย แต่สลิมานี่กลับยังร่าเริงและเข้ากับเพื่อนๆได้ดี มันสะท้อนให้เห็นว่าเค้ามีจิตใจที่แข็งแกร่งมาก แล้วมาวันนี้เมื่อยาดิมให้โอกาสเค้าได้ลงเล่นต่อเนื่องมันจึงกลายเป็นการปลดล็อคความสามารถของสลิมานี่ เค้าดูตื่นตัวและกระหายที่เอาชนะ ผลงานที่เค้าทำได้กับโมนาโกไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค แต่ผมว่าเค้า(สลิมานี่)กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่สุกงอม พูดตรงๆเค้าดูดีกว่าเมื่อครั้งที่เป็นนักเตะเลสเตอร์ด้วยซ้ำ ” เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสยืนยัน

ทูเคิล ขวางทางคาวานี่ย้ายหนีปารีสยันดาวยิงจอมโหดฝีเท้ายังเจ๋ง

ทูเคิล

    สัญญาของเอดิสัน คาวานี่กับปารีส แซงต์ แชร์กแมงกำลังจะหมดลงในช่วงเดือนมิถุนายนปีหน้า นั่นทำให้หลายฝ่ายคาดการไปแล้วว่าดาวยิงวัย33กะรัตอาจตัดสินใจอำลาถิ่นปาร์ค เดอ แพร็งซ์ในไม่ช้า เพราะนับถึงตอนนี้ทางต้นสังกัดเองก็ดูไม่มีท่าทีที่จะยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้นักเตะพิจารณา ร้อนให้โธมัส ทูเคิลบอสใหญ่ที่ทำงานโดยตรงกับคาวานี่ต้องออกมาปฏิเสธพร้อมทั้งยืนยันว่านักเตะรายนี้ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญกับทีมต่อไป

     ปัจจุบัน เอดิสัน คาวานี่อยู่ในช่วงเรียกความฟิตหลังจากมีอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงต้นฤดูกาล “ คาวานี่อยู่กับเรามานาน สถิติการทำประตูของเค้าเป็นเครื่องยืนยันว่าเค้าอยู่ระดับไหน เปเอสเชยังมั่นใจในศักยภาพของเค้าต่อไปอย่างแน่นอน ถ้าเค้ากลับมาฟิตสมบูรณ์เค้าก็จะเป็นทางเลือกที่ดีของผม ผมยังเชื่อมั่นในตัวคาวานี่เหมือนที่ผ่านมา ” โธมัส ทูเคิลบอสใหญ่ปารีสประกาศชัดเจน แม้ว่าซีซั่นนี้พวกเค้าจะดึงยืมตัวเมาโร อิคาดี้เข้ามาเป็นทางเลือก ซึ่งดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์เป็นผู้เล่นที่จะเบียดแย่งตำแหน่งกับคาวานี่โดยตรง

ปารีสหวังเจรจาสัญญาใหม่กับคาวานี่แต่ไม่ชัวว์ว่าเวลาไหน? ทูเคิล กล่าว

    เมื่อถูกถามเรื่องสัญญาฉบับใหม่ของคาวานี่ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันก็บอกได้เพียงว่ามันจะมีการพูดคุยกันแน่นอนเพียงแต่เค้าก็ไม่มั่นใจว่ามันจะลุล่วงก่อนเดือนมกราคมหรือไม่ “ เรื่องนั้น(ต่อสัญญา)ผมยืนยันว่าสโมสรได้เตรียมการไว้แล้ว เพียงแต่เราจะดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสม คาวานี่กำลังอยู่ในช่วงเรียกความฟิตหลังจากร้างสนามไปนาน เราไม่อยากให้มีอะไรมารบกวนสมาธิของเค้า พวกเรากำลังทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้คาวาได้กลับมาลงสนาม มันมีรายละเอียดอื่นๆที่เราให้ความสำคัญ เช่น ความฟิต,สภาพร่างกาย และฟอร์มการเล่น ซึ่งผมเชื่อว่าคาวานี่เองเข้าใจเรื่องนี้ดี เวลานี้เค้าควรโฟกัสที่ผลงานในสนามเป็นหลัก ”

     อย่างไรก็ตามหากปารีส แซงต์ แชร์กแมงยังไม่สามารถต่อสัญญากับเอดิสัน คาวานี่ได้ภายใน30ธันวาคมนี้ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ดาวยิงชาวอุรุกวัยจะสามารถรับข้อเสนอจากสโมสรอื่นๆได้ทันที เนื่องจากนักเตะที่เข้าสู่ช่วงสัญญา6เดือนสุดท้ายจะมีโอกาสพิจารณาย้ายทีมได้แบบไร้ค่าตัวตามกฏบอสแมน และนักเตะเองก็กำลังได้รับความสนใจจากหลากหลายสโมสร อาทิ แมนยู,แอตเลติโก้ มาดริด,อินเตอร์มิลาน หรือนาโปลี รวมถึงมีความเป็นไปได้ไม่น้อยเช่นกันที่คาวานี่จะเลือกกลับไปค้าแข้งในประเทศอุรุกวัยบ้านเกิด

อินเตอร์ ร้องไห้หนักมากอเล็กซิสโหมรับใช้ชาติจนข้อเท้าพัง

อินเตอร์

    อันโตนิโอ คอนเต้นายใหญ่เนรัซซูรี่คงเซ็งเป็นอย่างมาก เมื่อได้รับข่าวร้ายจากแคมป์ทีมชาติชีลีว่าอเล็กซิส ซานเชสได้รับบาดเจ็บจากการลงอุ่นเครื่องกับทีมชาติโคลัมเบียจนอยู่เล่นได้ไม่ครบ90นาที โดยหลังจบเกมอเล็กซิสก็ได้ถูกส่งตัวกลับมายังอิตาลี่เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดทันที ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นพบว่าอดีตดาวยิงอาร์เซนอลมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณเอ็นข้อเท้า แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือไม่

    อเล็กซิส ซานเชสประสบปัญหาฟอร์มการเล่นตลอดนับตั้งแต่ย้ายไปเป็นสมาชิกของแมนยูฯ จึงทำให้ปีนี้ดาวเตะชาวชิลีตั้งเป้าที่จะกลับมาเล่นฟุตบอลได้อย่างมีชีวิตชิวาอีกครั้งจนต้องยอมลดค่าเหนื่อยเพื่อย้ายออกเล่นแบบยืมตัวกับอินเตอร์มิลาน ซึ่งอเล็กซิสก็ทำได้ดีเมื่อสามารถยิงประตูได้แล้วถึง2เม็ดจากการลงสนามทั้งหมด3เกม ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวก็มีประสบปัญหาอาการบาดเจ็บจนส่อแววว่าต้องพักรักษาตัวอีกพักใหญ่กว่าจะกลับมาช่วยทีมงูใหญ่ได้อีกครั้ง

อเล็กซิสคาดต้องพักร่วมสามเดือนหาก อินเตอร์ ส่งตัวเข้าผ่าตัด

    ด้านกุนซือทีมชาติชิลี เรนัลโด้ รวยด้าได้บ่นกับสื่อว่าเสียดายแทนอเล็กซิสที่กำลังกลับมาเข้าฟอร์มแต่กลับก็ต้องร้างสนามไปอีกจนได้ “ เค้า(อเล็กซิส)ไม่ค่อยได้ลงสนามกับแมนยูฯ แต่ปีนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเค้ากำลังไปได้สวยกับอินเตอร์ เค้ากำลังจะได้ลงเล่นทั้งในกัลโช่ และยูซีแอลแต่สุดท้ายทุกอย่างต้องมาหยุดเพราะอาการบาดเจ็บ เรากำลังรอทางอินเตอร์ตัดสินใจอีกครั้งว่าจะให้นักเตะเข้ารับการผ่าตัดไหม ถ้าเป็นไปตามนั้นทีมชาติชิลีก็จะอดใช้งานเค้านานถึง3เดือนเลยทีเดียว มันเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจอย่างมากน ”

    นับว่าเป็นที่น่าเสียดายสำหรับอเล็กซิส ซานเชสที่จะไม่ต้องมาเสียโอกาสลงสนามไปในช่วงเวลานี้ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันอินเตอร์มิลานกำลังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ทั้งในศึกกัลโช่ เซเรียอา และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก โดยอันโตนิโอ คอนเต้กุนซืองูใหญ่ก็คาดหวังที่จะให้ดาวยิงทีมชาติชิลีเป็นกำลังสำคัญในการทำภารกิจ ทั้งยังมีการคาดการกันไปว่าในช่วงพักรักษาตัวนี้อเล็กซิส ซานเชสอาจถูกส่งตัวให้กลับไปอังกฤษเพื่อให้ทีมแพทย์ปีศาจแดงเป็นฝ่ายจัดการ ซึ่งก็มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ในวงการฟุตบอลอยู่บ่อยครั้งสำหรับนักเตะที่ลงเล่นภายใต้สัญญายืมตัว นั่นคือมักจะถูกส่งตัวไปพักฟื้นกับต้นสังกัดในกรณีที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง หรือมีอาการบาดเจ็บที่ต้องพักรักษาอาการเป็นเวลานานๆ

Older posts